4 เทคนิคการเลี้ยง “ไหม” ให้แข็งแรงและได้ผลผลิตสูง!

4 เทคนิคการเลี้ยง “ไหม”

เกษตรกรไทยทำการประกอบอาชีพเลี้ยง ไหม มาเป็นเวลานาน ซึ่งต้นหม่อน เป็นพืชยืนต้นชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างเป็นไม้ทรงพุ่ม ใบหม่อนเป็นอาหารที่ดีที่สุดของหนอนไหม โดยส่วนมากจะเลี้ยงแบบพื้นบ้าน มีการถ่ายทอดวิชาความรู้เทคนิคต่าง ๆ สืบเนื่องต่อมาเป็นช่วง ๆ จากบรรพบุรุษ ต่อมาไหมได้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สินค้าเกษตรกรชนิดหนึ่งในเชิงเศรษฐกิจ การเลี้ยงไหมในระบบดั้งเดิมจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ดังนั้น เราจึงมาแนะนำ 4 เทคนิคการเลี้ยง ไหม ให้แข็งแรงและได้ผลผลิตสูง ให้เพื่อน ๆได้รู้จักกัน ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย

4 เทคนิคการเลี้ยง “ไหม” ให้แข็งแรงและได้ผลผลิตสูง!

การเตรียมการก่อนการเลี้ยงไหม

4 เทคนิคการเลี้ยง “ไหม”
  1. อุปกรณ์ เช่น กระด้ง มีด เขียง ตาข่ายถ่ายมูล ตะแกรงร่อน ตะเกียง ถังน้ำ เข่งหรือตะกร้า สารโรยตัวไหม ปูนขาว เป็นต้น
  2. ห้องเลี้ยง สำหรับในส่วนของอุปกรณ์และห้องเลี้ยงจะต้องทำความสะอาดโดยการล้างด้วยผงซักฟอกและตากแห้ง เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค และเป็นวิธีการป้องกันกำจัดโรคที่ดีที่สุด โดยส่วนใหญ่จะทำโรงเรือนไว้ใต้ถุนบ้าน มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และคลุมด้วยมุ้งไนล่อนเพื่อป้องกันแมลง
  3. ไข่พันธุ์ดี โดยส่วนใหญ่จะเลี้ยงหนอนไหมพันธุ์นางน้อย พันธุ์ดอกบัว พันธุ์นางตุ่ย
  4. แปลงหม่อนที่สมบูรณ์พร้อมที่จะเก็บมาเลี้ยงไหม

การจัดการไหมแรกฟัก

4 เทคนิคการเลี้ยง “ไหม”

ขั้นตอนแรกให้นำแผ่นไข่ไหมที่ผ่านการกกมาแล้ว มาวางบนกระด้งเลี้ยงไหมเพื่อพร้อมเปิดเลี้ยงไหมในวันรุ่งขึ้น แผ่นไข่ไหมจะถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษแก้วขาวขุ่นอยู่ชั้นใน ส่วนชั้นนอกจะห่อด้วยกระดาษดำ ในช่วงเช้าตรู่ประมาณ 05.00น. ให้ทำการแกะกระดาษดำออกเพื่อให้ไข่ไหมได้รับแสงสว่าง ไข่ไหมจะเริ่มแตกเพื่อให้ตัวอ่อนออกจากไข่ ปล่อยให้ได้รับแสงประมาณ 5-6 ชั่วโมง คือ เวลาประมาณ 10.00-11.00 น. แล้วจึงเปิดกระดาษห่อแผ่นไข่ไหมชั้นในออก ทำการโรยสารพาราฟอร์มาดีไฮด์ผง ความเข้มข้นประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ ให้ทั่วตัวไหม ให้นำใบหม่อนที่หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 0.5 x 0.5 เซนติเมตร ประมาณ 40 กรัม ไปโรยให้หนอนไหมกิน ประมาณ 10-15 นาที แล้วทำการเคาะแผ่นไข่ไหมด้านตรงข้ามกับด้านที่มีตัวหนอนไหมอยู่ เพื่อให้หนอนไหมล่วงลงในกระด้งเลี้ยงไหมที่เตรียมไว้ จากนั้นใช้ขนไก่ปัดตัวหนอนไหมที่เหลืออยู่ที่แผ่นให้ไปอยู่รวมกันบนกระด้งเลี้ยงไหม พร้อมทั้งใช้ขนไก่เกลี่ยให้ตัวหนอนไหมกระจายอย่างสม่ำเสมอบนกระด้งเลี้ยงพร้อมกับขยายพื้นที่ให้ได้ประมาณ 2 เท่าของแผ่นไข่ไหม แล้วให้ใบหม่อนอีกครั้งประมาณ 80 กรัม ในมื้อเย็นเวลาประมาณ 17.00 น. เป็นการเสร็จสิ้นของการเลี้ยงไหมในวันแรก

จากนั้นในการเลี้ยงไหมวันต่อ ๆ มาก็จะมีการให้ใบหม่อนแก่หนอนไหมวันละ 3 มื้อ คือเวลา 07.00-08.00 น. 11.00-12.00 น. 17.00-18.00 น. ยกเว้นวันไหมนอนเพราะหนอนไหมจะหยุดกินใบหม่อน การเลี้ยงไหมแรกฟักออกจากไข่แล้วเจริญเติบโตเป็นวัย 1 วัย 2 วัย 3 ไหมวัยนี้มีความอ่อนแอต่อโรค จึงจำเป็นต้องมีการเลี้ยงอนุบาลที่ดี โดยเน้นเทคนิคการเลี้ยงไหมที่ถูกต้องทุกขั้นตอน เอาใจใส่อย่างดี เป้าหมายการเลี้ยงไหมวัยอ่อน คือ เลี้ยงให้หนอนไหมสมบูรณ์แข็งแรง เจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ตื่น – นอน พร้อมเพรียงกัน และลดการสูญหายของหนอนไหม

การเก็บไหมสุก

4 เทคนิคการเลี้ยง “ไหม”

       1. ไหมสุก หมายถึง หนอนไหมที่เจริญเติบโตเต็มที่ และเริ่มจะชักใยทำรังได้แล้ว และจะหยุดกินใบหม่อน หากเป็นไหมไทยก็จะสังเกตได้ง่าย คือลำตัวหนอนไหมจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองใส เพราะภายของตัวหนอนไหมส่วนที่เป็น silk-gland ก็จะเต็มไปด้วยสารพ่นใยไหม ซึ่งไหมไทยมีสีเหลืองจึงทำให้เห็นได้ชัด แต่หากเป็นไหมลูกผสมก็จะมีสีขาวใสโปร่งแสง ในระยะนี้หนอนไหมพร้อมที่จะพ่นใยไหมออกมาเพื่อห่อหุ้มตัว เรียกว่า ไหมทำรัง แล้วหนอนไหมก็จะพัฒนาไปเป็นดักแด้อยู่ภายในรัง สภาพที่เหมาะสม คือ อุณหภูมิ ประมาณ 24 องศาเซลเซียส ความชื้นประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์

       2. การเก็บไหมสุกเข้าจ่อ ปัจจุบันนิยมเก็บ 2 วิธี คือ เก็บทีละตัว นิยมใช้กับการเลี้ยงไหมจำนวนน้อย เพราะเสียเวลามาก และการเก็บแบบเขย่ากิ่งสำหรับการเลี้ยงไหมโดยใช้กิ่งหม่อน จะทำให้สามารถเก็บได้เร็ว วิธีนี้จะเหมาะกับการเลี้ยงไหมจำนวนมากเนื่องจากประหยัดแรงงาน และสามารถเก็บได้ทันต่อเวลา ให้ทำการเก็บไหมสุกโดยการใช้มือ นำไปใส่ลงในจ่อ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับไหมทำรัง ปริมาณหนอนไหมต่อจ่อจะต้องมีความเหมาะสมไม่แน่นจนเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรังแฝด ซึ่งเป็นรังไหมชนิดหนึ่งของรังเสีย การเก็บไหมสุกเข้าจ่อจะต้องทำการเก็บให้ทันเวลา คือ จะต้องเก็บไหมสุกเข้าจ่อก่อนที่ไหมสุกจะพ่นเส้นใยทำรัง เพราะจะกระทบต่อผลผลิตรังไหม

       3. การเก็บเกี่ยวรังไหม ให้หนอนไหมทำรังอยู่ในจ่อประมาณ 5-6 วัน จึงทำการเก็บรังไหมออกจากจ่อ จากนั้นก็นำรังไหมไปทำการสาวเส้นไหมต่อไป

4 เทคนิคการเลี้ยง ไหม ให้แข็งแรงและได้ผลผลิตสูง

4 เทคนิคการเลี้ยง “ไหม”

       1. เลือกใบหม่อนเหมาะสมกับวัยของหนอนไหม

       2. ก่อนให้ใบหม่อน ควรมีการกระจายตัวไหมให้สม่ำเสมอ

       3. ให้ใบหม่อนที่มีขนาดเหมาะสมกับวัยของหนอนไหม

       4. ขยายพื้นที่เลี้ยงให้กับหนอนไหมอย่างเหมาะสม และนี่ก็คือ 4 เทคนิคการเลี้ยง ไหม ให้แข็งแรงและได้ผลผลิตสูง ที่เราได้นำมาฝากเพื่อน ๆ กันในวันนี้ เห็นไหมคะว่า การเลี้ยงไหมนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่รู้วิธีและขั้นตอนการเลี้ยงที่ถูกต้อง ก็ทำให้เพื่อน ๆ ได้ใยไหมที่แข็งแรงและมีคุณภาพแล้วค่ะ

iPhone 12 series ที่รอบนี้มาด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่นย่อยด้วยกัน เรียกได้ว่าการกลับมาครั้งนี้เป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ของ iPhone เลยทีเดียว เพราะงานนี้ Apple ได้ปรับสเปกกล้องใหม่ให้ขั้นเทพไปกว่าเดิม และยังรองรับ 5G อีกด้วย ส่วนรายละเอียดของทั้ง 4 รุ่นจะเป็นอย่างไร ตามไปชมกันได้เลย

อ่านบทความเพิ่มเติม แนะนำ 8 กีฬา ช่วยฝึกสมาธิ